ท่านทราบไหมว่าประเทศไทยมี พ.ร.บ. เงินฝาก
และทราบไหมว่า เริ่มบังคับใช้มากี่ปีแล้ว
เนื้อหาการบังคับใช้มีอะไรบ้าง
พ.ร.บ. นี้ มีมาตั้งแต่ปี 2551 ใครฝากเงินไว้กี่บาทในธนาคาร รัฐบาลจะคุ้มครองวงเงินเต็มจำนวน
มาในปี 2552 ตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. รัฐบาลคุ้มครองวงเงิน 100 ล้านบาท
ใครที่ฝากเงินเกินกว่า 100 ล้านบาท หากธนาคารนั่นล้มละลาย รัฐจะจ่ายคืนท่านเพียง 100 ล้านบาท
ในปี 2553 11 ส.ค. รัฐคุ้มครองวงเงิน 50 ล้านบาท
11 ส.ค. 2554 รัฐคุ้มครองวงเงิน 10 ล้านบาท
และ 11 ส.ค. ปีนี้ รัฐคุ้มครองวงเงิน 1 ล้านบาท
สมมุติท่านฝากเงินไว้ในธนาคาร 1 ล้าน 5 แสนบาท แล้วธนาคารนั่นล้มละลาย
รัฐจะจ่ายเงินให้ท่าน 1 ล้านบาท
นัก
ศึกษาอาจสังเกตุว่า ในคะแนน blog นั่น มีช่องเขียนว่า คะแนนความคิดเห็น
ดังนั้น ในทุก ๆ บทความ หากใครแสดงความคิดเห็นน่าสนใจ ก็จะได้คะแนน 2
คะแนน(ขึ้นไป) เปรียบได้กับยกป้าย 2 ครั้ง และตอนสอบ midterm
ก็จะนำไปรวมกับการยกป้ายในห้องเรียน
นะครับ จะบอกให้

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆที่ควรรู้นะคะ
ตอบลบเพียงแค่คำ ขอบคุณ นะ ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็น นะครับ
ลบอยากให้เป็นแบบเดิมมากกว่า
ลบคือแบบคุ้มครองวงเงินเต็มจำนวน
ไม่งั้นคนที่ฝากเงินไว้เยอะก็น่าสงสารแย่เลยค่ะ
ผมคิดว่าการที่รัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงวงเงินในการรับผิดชอบส่วนหนึ่งมีผลมาจากงบประมาณของแต่ละปีว่าได้จัดสันงบมามากน้อยเพียงใด
ตอบลบน่าสนใจ
ลบขึ้นอยู่กับการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลในแต่ละปีค่ะ
ตอบลบไม่เกี่ยวข้องเลยนะ ปิยะพร
ลบการที่รัฐบาลปรับเปลี่ยน พรบ. ใหม่นั้นจะทำให้ผู้ที่เคยฝากจำนวนละมากๆต้องกระจายเงินฝากไปตามธนาคารต่างๆจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ธนาคารขนาดกลางและขนาดใหญ่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น
ตอบลบดิฉันคิดว่า การที่รัฐบาลปรับเปลี่ยน พรบ. ใหม่นั้นจะทำให้ผู้ที่เคยฝากเงินจำนวนครั้งละมากๆ ต้องกระจายเงินฝากไปตามธนาคารต่างๆ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ธนาคารขนาดกลางและธนาคารขนาดใหญ่ให้มีลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น
ตอบลบยอด
ลบถามต่อ แล้วจะ "ตัดสินใจ" เลือกธนาคารไหนละในการกระจายเงินฝาก
การตัดสินใจว่าจะเลือกฝากเงินกับธนาคารไหนนั้น
ลบขึ้นอยู่กั้บเงื่อนไขของผู้ฝากเงินว่าสะดวกแบบไหน
หรือจะเลือกธนาคารที่สามารถเลือกระยะเวลาการออมที่เหมาะสมกับตนเอง
เพื่อดอกผลงอกเงยทบต้นให้เราสามารถรับผลตอบแทนที่แน่นอน
รัฐบาลปรับ พรบ. แบบนี้เพื่อเปิดโอกาสให้ธนาคารต่างๆ หายอดการเปิดบัญชีของแต่ละธนาคารแทนที่จะเปิดบัญชีเดียวแต่ฝากจำนวนมาก ก็เป็นเปิดหลายบัญชี เพราะบางธนาคารหนึ่งคนสามารถเปิดได้หลายบัญชี และเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อ.ดาวได้บอกว่าพนักงานธนาคารสมัยนี้ไม่ใช่ทำงานเพียงแค่ที่หน้าเคาเตอร์หรือนับเงินเท่านั้นแต่ละคนต้องหายอดคนมาเปิดบัญชีด้วย
ตอบลบเอาละซิ ไม่มีเวลาขี้เกียจเลยละซิ แล้วพรสวรรค์สังเกตไหมละว่า ธนาคารเปิดสาขาในห้างต่าง ๆ ซึ่งต้องมาทำงานวันเสาร์ อาทิตย์ ด้วย มีแต่งาน งาน ๆ ๆ ทุกวันเลยละ
ลบใช่ค่ะ ที่โรงเรียนเก่าหนูก็มีธนาคารหลายธนาคารเข้ามาให้โปรโมชั่นเปิดบัญชีฟรีด้วยนะค่ะ
ลบพ.ร.บ นี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ให้ธนาคารหายอดการบัญชีใหม่ แทนที่จะเอาเงินจำนวนมากฝากบัญชีเดียว กระตุ้นให้มีการแบ่งเงินไปเปิดบัญชีใหม่ถึงจะได้ผลตอบแทนที่แน่นอน แต่หนูคิดว่ามีการบัญชีหลายชีบางทีก็ขี้เกียจถือ แถมยังATMหลายอันอีกหนักกระเป๋า และมีรหัสผ่านหลายรหัสปวดหัวจำยาก อาจารย์ว่าไหม?
ตอบลบสุกัญญา จะหาทางเปลี่ยนชื่อ อังกฤษ เป็นไทย ได้ไหมเอ่ย
ลบคงไม่ต้องถึงกับ ปวดหัวก็ได้นะ
เปลี่ยนแล้วคะ
ตอบลบอีกอย่างหนึ่งคือ
ตอบลบการที่ ธ. มีลูกค้ามาก ก็จะได้ค่าบำรุงบัญชีรายปี ของแต่ละบัญชี
ลองคิดเล่นๆดูว่า ถ้าค่าบำรุงบัญชีรายปี ปีละ 100 บาท
ธ. มีลูกค้าเปิดบัญชี 10,000 ราย
แต่ละปี ก็จะรับไป 1,000,000 บาท
1,000,000 บาทต่อปี สำหรับ ธ. นี่มากไปหรือน้อยไปนะ?
^^
มองแบบนี้เลยนะ
ลบมันก็น่าคิดอยู่อ่ะครับ ^^
ลบจะว่าไปมันก็เป็นผลพลอยได้ของสถาบันการเงิน
ลบถ้าจะได้ก็น่าจะได้จาก พวกมหาเศรษฐี หรือนักลงทุนแหละครับ
จากที่อ่าานมา มันก็มีคนที่ฝากเงินเกิน 1 ล้านบาท ไม่ถึง 1.5% ของคนฝากเงินทั้งหมด
ค่าบำรุงบัญชีแค่ไม่กี่ตัง ของคนมีตัง ก็คงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงหมดหรอก ครับ ^^
พ.ร.บ. นี้มันก็มีข้อดี อยู่มากเลยทีเดียว
เพราะกว่า 98.5% ที่เหลือ ฝากเงินไม่ถึง 1 ล้านบาท
credit : www.dpa.or.th (สถาบันคุ้มครองเงินฝาก)
ชีวิตคนทำงาน office ป.ตรี เก็บเงินจากอายุ 30 ปี ถึง 60 ปี ยังไงก็ต้องมีเงินเก็บเกินล้านอยู่แล้วละ
ลบ